แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ 2100 MHz แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ 2100 MHz แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2556

การสิ้นสุดสัญญาสัมปทานคลื่น 1800 MHz ของ TRUE และ DPC

         สัญญาสัมปทานโทรศัพท์มือถือในประเทศไทยที่เกิดขึ้นพร้อมกับอุตสาหกรรมมือถือในบ้านเรา กำลังจะสิ้นสุดลงชุดแรกในวันที่ 15 กันยายน 2556 นี้ (เจ้าของสัมปทานคือ CAT Telecom ส่วนผู้รับสัมปทานคือ True Move และ DPC/GSM1800)
         การที่มันเป็นสัญญาสัมปทานชุดแรกที่จะสิ้นอายุ บวกกับการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทยจากระบบสัมปทาน (รัฐวิสาหกิจ-เอกชน) มาเป็นระบบใบอนุญาต (กสทช-เอกชน) ทำให้เกิดปัญหาขึ้นมากมายเต็มไปหมด ซึ่งผู้อ่านน่าจะพอทราบกันมาบ้างจากสื่อต่างๆ
         ปัญหาเรื่องคลื่น 1800 MHz มีความซับซ้อนสูงมาก (โดยเฉพาะประเด็นเรื่องกฎหมาย) บทความนี้จะอธิบายที่มาที่ไปของปัญหานี้ ก่อนจะเข้าสู่รายละเอียดให้มากขึ้นในบทความต่อๆ ไปครับ

Disclaimer : ผมถือว่ามีส่วนได้เสียกับปัญหาเรื่องคลื่น 1800 MHz เพราะดำรงตำแหน่ง "อนุกรรมการเตรียมความพร้อมสำหรับการบริหารคลื่นความถี่วิทยุโทรคมนาคมระบบเซลลูล่า Digital PCN 1800" หรือเรียกง่ายๆ ว่า "อนุฯ 1800 ชุดแรก" ซึ่งปัจจุบันไม่ได้ทำงาน และทาง กสทช. ได้ตั้ง "อนุฯ 1800 ชุดที่สอง" มาทำงานแทนแล้ว

สัญญาสัมปทานกับความถี่ย่าน 1800MHz

คลื่นความถี่ย่าน 1800MHz เดิมทีอยู่ภายใต้การดูแลของ กสท โทรคมนาคม ซึ่งในสมัยนั้นยังเป็นรัฐวิสาหกิจเต็มรูปแบบ (ก่อนจะแปรรูปในภายหลัง ต่อไปจะขอเรียกว่า CAT เพื่อความสั้นกระชับ)
CAT "ให้สัมปทาน" ความถี่ย่านนี้กับบริษัทเอกชนเพื่อนำไปให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยเอกชนที่ได้คลื่นจาก CAT มีทั้งหมด 3 บริษัทคือ True Move (ไม่มี H หรือ TA Orange เดิม), DPC (รู้จักกันในชื่อการค้าว่า GSM1800 ซึ่งถือเป็นบริษัทในเครือ AIS) และ dtac
สัญญาสัมปทานกับทั้ง 3 บริษัทนั้นแยกสัญญากันเป็น 3 ฉบับชัดเจน โดยมีช่วงคลื่นเข้ามาเกี่ยวข้อง 4 ช่วงตามภาพ
หมายเหตุ:
  • เครดิตภาพจาก Jows' Telecom Review โดยตัดมาเฉพาะส่วนสำคัญ
  • ความถี่ในภาพแสดงทั้งขาส่งและขารับ ซึ่งปกติจะมาคู่กันอยู่แล้ว ในบทความนี้จะถือว่าขาส่งและขารับเป็นก้อนเดียวกันนะครับ
 

  • สัญญาสัมปทานกับ True Move (สีส้ม) ความกว้าง 12.7MHz เซ็นปี 2544 หมดสัญญาสัมปทาน 15 ก.ย. 56
  • สัญญาสัมปทานกับ DPC (สีแดง) ความกว้าง 12.7MHz เซ็นปี 2544 หมดสัญญาสัมปทาน 15 ก.ย. 56
  • สัญญาสัมปทานกับ dtac (สีฟ้า) เซ็นปี 2534 หมดสัญญาสัมปทานเดือนกันยายน 2561 โดยแบ่งคลื่นเป็น 2 ช่วงคือ
    • ช่วงต้น (1722.7-1747.9) เป็นช่วงที่ dtac ใช้งานจริงในปัจจุบัน
    • ช่วงท้าย (1760.5-1785) เป็นคลื่นสำรองที่ dtac จะใช้งานได้ก็ต่อเมื่อคลื่นช่วงต้นไม่พอใช้ และต้องได้รับความยินยอมจาก CAT ก่อน ปัจจุบันคลื่นนี้ก็ทิ้งไว้เฉยๆ ไม่ได้ใช้ทำอะไร
  • สัญญาที่กำลังจะหมดลงและเป็นปัญหาอยู่ในขณะนี้คือส่วนของ True Move และ DPC ซึ่งมีช่วงกว้างคลื่นเท่ากัน และหมดสัญญาพร้อมกัน (แต่ถือเป็นคนละสัญญากัน คนละบริษัทกัน)

    แยกส่วนสัญญาสัมปทาน

    สัญญาสัมปทานที่ CAT เซ็นไว้กับ True Move และ DPC นั้นเก่ามาก เกิดก่อนยุคของ กสทช. นานหลายปี ตอนนั้นแนวคิดของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทย ยังมองวิธีการจัดสรรคลื่นในรูปแบบของ "สัมปทาน" (concession) แบบเดียวกับสัมปทานทางด่วน นั่นคือรัฐเป็นเจ้าของทรัพยากร แต่ไม่มีเงินลงทุนเอง จึงให้เอกชนมาลงทุนและหาผลประโยชน์เป็นระยะเวลาหนึ่ง เมื่อสิ้นสุดช่วงเวลานั้นแล้ว รัฐจะได้เป็นเจ้าของ "สิ่งปลูกสร้าง" ที่เอกชนลงทุนและเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ไปบ้างแล้ว
    รูปแบบของสัญญาสัมปทานแบ่งได้ใหญ่ๆ 2 แบบคือ
    • BOT (Build-Operate-Transfer) สร้างก่อน ให้เอกชนดำเนินการ หมดสัญญาค่อยโอนความเป็นเจ้าของให้รัฐ
    • BTO (Build-Transfer-Operate) สร้างก่อน โอนความเป็นเจ้าของให้รัฐก่อน แล้วเอกชนดำเนินการจนสิ้นสุดสัญญา
    สำหรับสัญญาสัมปทานของ CAT เป็นรูปแบบหลังคือ BTO นั่นคือเอกชนลงทุนสร้างโครงข่าย โอนความเป็นเจ้าของโครงข่ายให้ CAT แล้วเอกชนนำมาใช้ประโยชน์ในการให้บริการโทรศัพท์มือถือจนสิ้นสุดสัญญาปี 56
    ดังนั้นในเนื้อหาของสัญญาสัมปทานจริงๆ จะเรียบง่ายมาก นั่นคือ
    • CAT กำหนดให้เอกชนใช้คลื่นตามช่วงเวลาที่กำหนด
    • เอกชนลงทุนโครงข่าย โอนให้ CAT เป็นเจ้าของแต่ให้เอกชนดำเนินการและดูแลรักษา โดยต้องจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนให้ CAT คิดตามสัดส่วนของรายได้ที่เอกชนได้รับ
    เมื่อสิ้นสุดสัญญาแล้ว คลื่นความถี่ โครงข่าย ลูกค้าของเอกชนจะถูกส่งมอบให้ CAT ทั้งหมด (แถวที่หนึ่งและสองในตาราง) โดยเอกชนต้องเตรียมความพร้อมให้คนของ CAT สามารถให้บริการโทรศัพท์มือถือต่อไปได้ด้วย

    กสทช. กับหน้าที่ในการบริหารจัดการคลื่นความถี่

    ปัญหาเกิดขึ้นเมื่ออุตสาหกรรมโทรคมนาคมไทยปรับตัวเข้าสู่ระบบใบอนุญาต เกิดหน่วยงานกลาง (เป็นหน่วยงานอิสระของรัฐ ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของรัฐบาล กระทรวง กรม) ที่ทำหน้าที่ "กำกับดูแล" อย่าง กสทช. ขึ้นมาดูแลคลื่นความถี่ทั้งหมดในประเทศไทย กสทช.ใช้ระบบการจัดการที่เรียกว่า "ใบอนุญาต" (license) แทนระบบสัญญาสัมปทานแบบเดิม
    กสทช. เกิดขึ้นในช่วงที่สัญญาสัมปทานเดิมยังไม่หมดอายุ
    พ.ร.บ. กสทช. (หรือชื่อจริงๆ คือ "พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553") ซึ่งถือเป็นกฎหมายจัดตั้งและกำหนดแนวทางของ กสทช. เขียนเรื่องสัมปทานเดิมเอาไว้ว่า
    • หลังกฎหมายใช้บังคับในปี 2553 แล้ว ห้ามรัฐวิสาหกิจไปทำสัญญาสัมปทานอีก เพราะหน้าที่การดูแลคลื่นเปลี่ยนมือเป็นของ กสทช. แล้ว
    • สัมปทานเดิมที่รัฐวิสาหกิจทำกับเอกชนไปแล้ว ให้มีผลต่อไปจนหมดอายุ
    • เมื่อหมดอายุสัมปทานแล้ว กสทช. จะเรียกคลื่นคืนเมื่อไร ให้ กสทช. ไปเขียนไว้ใน "แผนแม่บทบริหารคลื่นความถี่"
     
     
    อ้างอิง: พ.ร.บ. กสทช. บทเฉพาะกาล มาตรา 84 (PDF บนเว็บไซต์ กสทช.)

             เมื่อได้ กสทช. ครบคณะและเริ่มทำงานอย่างเป็นทางการ กสทช. ไปกำหนดเรื่องการคืนคลื่นในแผนแม่บทฯ เอาไว้ว่า "จะเรียกคืนคลื่นทันทีเมื่อสัมปทานหมดอายุ" (ในทางทฤษฎี กสทช. อาจกำหนดว่าจะเรียกคืนคลื่นเมื่อหมดสัญญาสัมปทานไปแล้ว 1 เดือน 1 ปี 3 ปี ก็ได้ทั้งนั้น แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ กสทช. กำหนดไว้ว่า "ทันที")


    อ้างอิง: แผนแม่บทบริหารคลื่นความถี่ พ.ศ. 2555 (PDF บนเว็บไซต์ กสทช.)

             นั่นแปลว่าภายใต้ระบบใหม่ของ กสทช. แผนการเดิมของ CAT จะต้องเปลี่ยนไปจากเดิม นั่นคือ "คลื่นความถี่" จะกลับไปยัง กสทช. ไม่ใช่กลับไปที่ CAT อย่างที่วางแผนไว้ตั้งแต่ตอนเซ็นสัญญา (เพราะตอนนั้นไม่มีใครรู้ว่าจะเกิด กสทช.)
    CAT จะยังได้รับมอบลูกค้าและโครงข่ายของเอกชนไปเหมือนเดิม แต่ไม่ได้คลื่น 1800MHz ชุดนี้ (ในที่นี้คือคลื่นก้อนสีส้มและแดง) กลับไปด้วย ซึ่งในทางทฤษฎีแล้ว CAT ยังสามารถให้บริการลูกค้า True Move และ GSM1800 ต่อได้
    • โครงข่าย ใช้ของเดิมและเอาท์ซอร์สให้ True/DPC บริหารจัดการ
    • คลื่น เปลี่ยนไปใช้คลื่นช่วงอื่นที่ CAT ครอบครองอยู่ เช่น คลื่น 850MHz (My ซึ่งอาจมีปัญหาว่าเครื่องของลูกค้าเดิมใช้กับคลื่นช่วงนี้ไม่ได้) หรือคลื่น 1800MHz ก้อนสำรองในสัญญาสัมปทานกับ dtac
    ส่วนตัวคลื่น 1800MHz ก้อนของ True/DPC จะถูกโอนกลับไปที่ กสทช. เพื่อนำไป "จัดสรรใหม่หรือปรับปรุงการใช้" (บรรทัดสุดท้ายของมาตรา 84) ซึ่งกฎหมายฉบับเดียวกัน มาตรา 45 กำหนดว่า ถ้าเป็นคลื่นโทรคมนาคมจะต้องจัดสรรด้วยวิธี "ประมูล" เท่านั้น

    ทางออกที่ควรจะเป็น (แต่ไม่เกิดขึ้น)

             ในโลกอุดมคติ กสทช. (และประเทศไทย) รู้มาตั้งแต่ปี 2544 แล้วว่าสัญญาสัมปทานชุดแรกจะหมดลงในปี 2556 และเมื่อหมดอายุสัญญาสัมปทาน คลื่นจะกลับมาที่ กสทช. เพื่อจัดสรรใหม่
    ก่อนหมดสัญญาสัมปทานสักประมาณ 2-3 ปี กสทช. จัดประมูลคลื่นความถี่ช่วง 1800MHz เสียใหม่
    ความเป็นไปได้แบบที่หนึ่ง
             True และ DPC ชนะการประมูลคลื่นเดิมของตัวเอง สองบริษัทนี้ถือสิทธิการใช้งานคลื่นต่อไปอีก (สมมติว่า 15 ปีเท่ากับคลื่น 2100MHz) แต่ไม่มีโครงข่ายแล้ว สองบริษัทนี้จึง "เช่าใช้" โครงข่ายของ CAT (ที่ตัวเองเป็นคนสร้างนั่นล่ะครับ) พร้อมรับโอนลูกค้าจากระบบสัมปทานเดิมมาให้บริการต่อ
    ความเป็นไปได้แบบที่สอง
             มีบริษัทหน้าใหม่ของวงการมือถือ สมมติชื่อบริษัท A และ B ชนะการประมูล สองบริษัทนี้ไม่มีโครงข่ายของตัวเองมาก่อน จึง "เช่าใช้" โครงข่ายของ CAT (ที่ TRUE/DPC เป็นคนสร้างไว้ในอดีต) แล้วให้บริการมือถือ (อาจจะเป็น LTE) โดยรับโอนลูกค้าเก่าของ True Move/GSM1800 มาหรือไม่ก็ได้ ขึ้นกับการตกลงกันทางธุรกิจแบบเอกชน-เอกชน
             ในโลกอุดมคติ CAT มีรายได้จากการให้เช่าใช้โครงข่ายที่เป็นทรัพย์สินของตัวเอง ผู้ใช้ True Move/GSM1800 เดิมที่ไม่อยากย้ายค่ายแม้จะหมดสัญญาแล้ว ก็จะใช้บริการได้ต่อไปเพราะมีคนรับช่วงต่อ ส่วนเอกชนรายใดจะได้สิทธิการถือครองคลื่นไป ก็วัดกันที่การประมูลซึ่งเป็นวิธีที่โปร่งใสที่สุดในเชิงหลักการ เรื่องราวก็ควรจะ happy ending แต่ในความเป็นจริง เราเหลือเวลาอีกไม่ถึง 2 เดือนเต็มก่อนสัญญาสัมปทานหมดอายุ ไม่มีการประมูลคลื่น และยังไม่มีความชัดเจนใดๆ ทั้งสิ้น ดังนั้นจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป เอาไว้ต่อกันในตอนหน้าครับ

    CR : http://www.blognone.com/node/46559

    วันพุธที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2556

    ตรวจสัญญาณมือถือด้วย Opensignalmaps


    สวัสดีครับวันนี้ มีเว็บเจ่งๆ มาให้อัพเดทกันครับ เว็บที่ให้  บริการ Opensignalmaps ใช้ในการสร้างแผนที่ จากฐานข้อมูลผู้ใช้มือถือด้วยตัวเอง   Opensignalmaps นี้จะทำการจับ สัญญาณมือถือของผู้ใช้ โดยทำงานร่วมกับ GPS และส่งข้อมูลไปยังระบบของ Opensignalmaps เพื่อสร้างแผนที่สัญญาณมือถือขึ้นมา ขั้นตอนการทำงานของ Opensignalmaps ผู้ใช้จะต้องไปดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นของ Opensignalmaps ไปติดตั้งเพื่อตรวจสอบเครือข่ายมือถือ ส่วนเจ้าเว็บไซต์เอาไว้ใช้แสดงแผนที่


    Opensignalmaps จะมีอยู่ 2 แบบคือ

    แบบที่ 1 เว็บไซต์ http://opensignalmaps.com  ใช้งานผ่านเบราวเซอร์บนคอมพิวเตอร์ และเบราวเซอร์บนสมาร์ทโฟนได้ เว็บไซต์ Opensignalmaps จะแสดงคลื่นสัญญาณมือถือค่ายที่มีคุณภาพดีที่สุด แสดงความหนาแน่นของสัญญาณ แสดงความเข้มของสัญญาณ บอกความครอบคลุมของสัญญาณ ว่าค่ายไหนครอบคลุมมากที่สุด จำนวนและปริมาณเสาสัญญาณของระบบมือถือของแต่ละค่าย 


    แบบที่ 2 ก็คือการติดตั้ง app Opensignalmaps บนสมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ สามารถดาวน์โหลดจาก Google Play และบน iOS เร็วๆนี้ เมื่อเติดติดตั้งแอพเสร็จ ต้องเปิดใช้งาน GPS ด้วย แอพยังสามารถตรวจสอบสัญญาณ Wi-Fi ได้ สมารถทดสอบความเร็วของสัญญาณ หรือ Speedtest โดยแอพจะส่งข้อมูลไปยังระบบเพื่อสร้างแผนที่จากผู้ใช้ที่ติดตั้งแอพนี้บนมือถือ โดยผู้ใช้ไม่ต้องทำอะไร ไม่ต้อง ส่งผลการทดสอบ ไม่ต้องส่งข้อมูลใดๆเลย
     
    ลองเอาไปใช้ทดสอบดูนะครับสำหรับใครที่มี สมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ ส่วน บน iOS เร็วๆนี้ 
     
     
     

    วิธีเช็คสัญญาณ iPhone ว่าคลื่นโทรศัพท์แรงแค่ไหน แสดงค่าเป็นตัวเลข

    การเช็คสัญญาณโทรศัพท์ของ iPhone นั้น ปกติแล้วเราก็คงทำเหมือนคนอื่น นั่นคือ สังเกตแถบสัญญาณที่อยู่ด้านบนซ้ายของหน้าจอ ว่ามีกี่ขีด ซึ่งยอมรับเลยว่า มันไม่ละเอียดเลย แทบจะใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้ ยิ่งในยุค 3G ใหม่ที่กำลังจะมา สัญญาณคงเต็ม 5 ขีดแทบทุกที่ คงเอามาวัดอะไรไม่ได้ แล้วเราจะทำยังไง ???

    วิธีเช็คที่กำลังจะแนะนำต่อไปนี้ เมื่อทำเสร็จแล้ว ต่อไปสัญญาณของเราจะสามารถแสดงเป็นตัวเลขแบบละเอียดยิบได้ว่า iPhone เราแรงแค่ไหน หรือจะเปลี่ยนเป็นระบบขีดสัญญาณก็ทำได้ง่ายๆ

    วิธีการทำให้สัญญาณโทรศัพท์แสดงเป็นตัวเลข

    1. เข้าไปที่หน้าแป้นพิมพ์โทรออก จากนั้นกดหมายเลข *3001#12345#* แล้วกดปุ่มโทรออก

     
    2. iPhone เราก็จะเข้าสู่โหมด Field Test mode ซึ่งโหมดนี่หละมันจะแสดงระบบสัญญาณเป็นตัวเลข ในขั้นตอนนี้เราไม่ต้องสนใจเมนูต่างๆของ Field Test mode  นะครับ
     
     
    3. กดปุ่ม Power ค้างไว้ จนหน้า “Slide to power off” โผล่ขึ้นมา จากนั้นก็ กดปุ่ม Home ค้างจนกว่าจอจะกลับมาที่หน้า Home screen เท่านี้ เราก็จะได้ตัวบอกความแรงคลื่นโทรศัพท์แสดงเป็นตัวเลขแล้ว
    4. หากต้องการให้มันกลับไปใช้ระบบสัญญาณที่แสดงเป็นขีด ก็แค่แตะที่ตัวเลขนั้นครับ และหากแตะครั้งที่สองก็จะกลับมาเป็นตัวเลข เช่นนี้ไปเรื่อยๆ
    5. วิธีอ่านตัวเลขก็คือ ยิ่งตัวเลขมีค่าใกล้ “ศูนย์” เท่าไหร่ ก็แสดงว่าสัญญาณแรงและชัดเจนมากครับ

    หมายเหตุ
    หากต้องการยกเลิกโหมดนี้อย่างถาวร ก็เพียงกด *3001#12345#* อีกครั้ง แล้วกดปุ่ม Home ออกมาเลย
     
     

    วันพุธที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

    3G : 850 กับ 2100 ต่างกันยังไง


            นับตั้งแต่ประเทศไทยสิ้นสุดการประมูลคลื่น 3G บนความถี่ 2100MHz ไป ก็มีการใช้ข้อความโฆษณาออกมาทำนองว่าตอนนี้ 3G ของแท้มาแล้ว ที่ผ่านมาเราใช้ 3G เทียมหรือ 3G ปลอมกันอยู่ อะไรแบบนี้ แล้วความจริงมันปลอมหรือไม่กันแน่?
            เรื่องที่ต้องทำความเข้าใจคือเดิมเราใช้เครือข่าย 2G ซึ่งถูกกำหนดย่านความถี่เอาไว้แล้ว ขณะที่แนวคิดของ 3G ไปจนถึง 4G คือการเอาความถี่ที่เหลือมาใช้ ซึ่งก่อนหน้าที่จะมีการประมูล 3G นั้น เรามีการนำคลื่นที่ความถี่ต่างๆ มาใช้งานแยกประเภทได้ดังนี้
    850 MHz – 3G ของ TruemoveH, dtac ,my by CAT
    900 MHz – 2G และ 3G AIS
    1800 MHz – 2G ของ Truemove, dtac
    จะเห็นว่าเดิมเราก็มีการใช้คลื่นบางความถี่สำหรับ 3G โดยเฉพาะอยู่แล้ว เพียงแต่คลื่นเหล่านั้นอยู่บนความถี่ 850 MHz และ 900 MHz ซึ่งบางความถี่มีการปะปนกับ 2G มันจึงให้บริการได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ
    ในส่วนของการมีความถี่ใหม่ 2100 MHz ออกมาเพิ่มนั้น ก็เกิดจากการเปิดประมูลของกสทช. ซึ่งแต่ละค่ายก็จะใช้ประโยชน์จากคลื่นใหม่นี้เพิ่มเติมนั่นเอง ทั้งหมดนั้นไม่ได้เกี่ยวกับเรื่อง 3G ของแท้ / ของเทียม แต่อย่างใด
    ข้อแตกต่าง 3G ความถี่ 850 MHz กับ 2100 MHz
    เมื่อรู้แล้วว่าไม่มีของปลอมแต่อย่างใด คำถามต่อมาก็คือแล้วที่ความถี่แตกต่างกันนี้ 3G บนความถี่ 850 MHz กับ 2100 MHz ต่างกันตรงไหน
            เรื่องน่าสนใจคือ ความถี่ที่ยิ่งสูงนั้น จะมีพื้นที่กระจายสัญญาณแคบ ต้องวางเสากระจายสัญญาณจำนวนมาก ขณะที่ความถี่ที่ต่ำแบบ 850 MHz นั้นกลับให้บริการพื้นที่ครอบคลุมและกว้างมากกว่า นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าผู้ให้บริการรายใหญ่ อย่างเช่น AT&T ในอเมริกา หรือ Telstra Mobile ของออสเตรเลียก็เลือกใช้คลื่น 850 MHz เช่นกัน
            จะเห็นว่า 3G ไม่ว่าจะอยู่บนความถี่ใดก็ตาม ก็ล้วนเป็น 3G ของจริงทั้งนั้น ไม่ได้ยึดติดว่าต้องเป็น 2100 MHz และที่น่าสนใจคือ 850 MHz กลับให้บริการในพื้นที่ ที่กว้างกว่า ครอบคลุมมากกว่านั่นเองครับ
            สุดท้ายแล้วสิ่งที่น่าสนใจกว่าคลื่นความถี่คือความเร็ว ที่แต่ละค่ายสามารถให้บริการกับผู้บริโภคอย่างพวกเราได้นั่นเอง ค่ายไหนเร็ว ค่ายไหนเสถียร คือค่ายที่เหมาะกับเราที่สุด

    3G my By CAT
            สำหรับโครงข่าย my รองรับความเร็วในการใช้งานสูงสุดที่ 42 Mbps โดยปัจจุบันเปิดให้บริการที่ DL Speed 21 Mbps. / UL Speed 5.76 Mbps. (ซึ่งความเร็วขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ ,สภาพภูมิอากาศ ,สภาพภูมิประเทศ ,ปริมาณการใช้งานขณะนั้นและความแรงของสัญญาณในพื้นที่ให้บริการ)

    พื้นที่ให้บริการ  my
            โดย my มีพื้นที่ให้บริการ ณ ปัจจุบัน ครอบคลุม 77 จังหวัด 928 อำเภอ 7,029 ตำบล และ 65,691 หมู่บ้าน

    TruemoveH และ my by CAT เกี่ยวข้องและแตกต่างกันอย่างไร
            กสท เป็นเจ้าของโครงข่าย 3G HSPA  850 MHz โดยในปัจจุบันมี Reseller ที่ให้บริการ 2 ราย ได้แก่ TruemoveH และ my นั้นหมายถึง กสท มี 2 สถานะ คือ เป็นเจ้าของโครงข่ายและ Reseller ภายใต้แบรนด์ my นั้นเอง พูดอีกนัยหนึ่งก็คือจุดที่  TruemoveH ใช้งานได้ my ก็สามารถใช้ได้เหมือนกัน แต่สิ่งที่แตกต่างกันระหว่าง TruemoveH และ my ก็คือโปรโมชั่นที่นำเสนอลูกค้านั้นเอง

    มาดูข้อมูล 3G my เพิ่มเติมกันดีกว่า

    CR : http://www.macthai.com/2013/05/05/3g-850-mhz-vs-2100-mh/