แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ tecnology แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ tecnology แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2556

วิธีการสมัครใช้งาน NO-IP (DynDNS) และ Add hostname อย่างละเอียด ฟรี

สวัสดีครับ วันนี้ผมจะมาแนะนำวิธีการสมัคร no-ip อย่างละเอียดแบบที่ว่าใครคลิ๊กเม้าส์ได้ก็ทำเป็นกันนะครับ
           no-ip เป็น dns ที่นิยมกันแพร่หลาย (เพราะฟรี ^ ^) เพื่อที่หลาย ๆ คนจะนำเอา dns ตัวนี้แหละไปทำการจัดการเพื่อดูกล้องวงจรปิด หรืออื่น ๆ ก็ว่ากันไป แต่วันนี้เราจะเน้นเพื่อการดูกล้องวงจรปิดเป็นหลัก (ดูกล้องออนไลน์) กันนะครับ (ถ้าใครอยากทราบว่า DNS คืออะไร? มีไว้ทำไม? คลิ๊กอ่านได้ที่บทความนี้เลยครับ DynDNS คืออะไร?)

ขั้นตอนก็มีอยู่ด้วยกันไม่มากไม่น้อย แค่ 7 ขั้นตอน มาเริ่มกันเลยนะครับ

ขั้นตอนที่ 1 เริ่มต้นด้วยการเข้าเว็บ (เปิด IE, Crome, FireFox อะไรก็ได้ที่เอาไว้ใช้ดูเว็บไซต์ครับ) แล้วพิมพ์ www.no-ip.com <==หรือคลิ๊กที่ลิงค์นี้เลย
ขั้นตอนที่ 2 พอเข้ามาที่หน้า index ของ www.no-ip.com แล้วให้กดปุ่ม "สีเขียว" Sign Up เพื่อทำการสมัคร ID ครับ
 
ขั้นตอนที่ 3 กรอกรายละเอียดตามตัวอย่างครับ

 
หลังจากกด Sign in เรียบร้อยแล้วก็จะเข้าหน้านี้ครับ


ขั้นตอนที่ 4 ทำการ เปิดใช้งาน ไอดี โดยการกดลิงค์เพื่อยืนยันครับ ดังแสดงดังรูป
 
 
 
ขั้นตอนที่ 5 หลังจากกดลิงค์ที่ทาง no-ip ส่งไปที่ อีเมลล์ของเรา จะเข้าสู่หน้า log-in ครับ
 
 
ขั้นตอนที่ 6 ขั้นตอนเพิ่ม Hostname ตรงนี้แหละที่เอาไว้ไปดูออนไลน์ครับ
 
 
ขั้นตอนที่ 7 หลักจากกดปุ่ม Add a Host แล้วจะเข้าสู่หน้า Add Hostname ครับ
 
 
เป็นอันเสร็จสิ้นพิธีการสมัคร no-ip และการสมัคร Hostname ครับสิ่งที่เราต้องการคือ Hostname เพื่อนำไป Forward ใน Router ต่อไปครับ
 
 
ลองมาดูวิธีสมัคร DDNS กันบ้าง "วิธีการสมัครใช้งาน DynDns (DDNS) ฟรี"

 
 
 


วันพุธที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ข้อแตกต่างการทำ Free DynamicDNS ระหว่าง 3G กับ ADSL

จากบทความที่ผ่านมา เรื่องการใช้งาน IP ของเครือข่าย 3G
หลายคนอ่านอาจจะยัง งงๆ กันอยู่ วันนี้ผมเลยมาอธิบายให้อีกครั้งเพื่อให้เห็นภาพกันง่ายขึ้นคับ
 
          เอาเป็นว่า....เมื่อไรก็ตามที่คุณต้องการที่จะสร้างเกมส์เซิฟเวอร์หรือเว็บเซิฟเวอร์เอง หรือบริการ IP Cam หรือบริการใดๆ ก็ตามที่ต้องการให้คนจากภายนอกทั่วโลกทำการเชื่อมต่อมาที่เซิฟเวอร์หรือกล้องของคุณได้ แน่นอนครับ … เค้าจำเป็นที่จะต้องรู้ IP Address ของคุณนั่นเอง ซึ่งสิ่งนี้จะไม่ง่ายเลยครับถ้า IP Address ที่คุณได้มาเป็นแบบ Dynamic ที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอๆ เพราะว่าคุณจำเป็นที่จะต้องบอกผู้คนที่ต้องการเข้ามาใช้บริการที่เครื่องเซิฟเวอร์ของคุณว่าต้องนี้ IP Address ของคุณเปลี่ยนเป็นเบอร์อะไรไปแล้ว (จินตนาการง่ายๆ หากคุณเปลี่ยนเบอร์มือถือของคุณทุกๆ วันนั่นแหละครับ… เหนื่อแน่ๆ ที่จะต้องมานั่งบอกคุณที่อยากจะติดต่อกับคุณ)

Check IP ของคุณที่นี่ "http://www.checkip.org/"
 
          หรืออีกทางหนี่งก็คือการทำ VPN ให้ Client ของเราเข้ามาอยู่ในวงเดียวกับเรา แต่วิธีนี้ค่อนข้างยุ่งยากสักเล็กน้อย และในเมื่อเรามีวิธีที่ง่ายกว่าก็คือเรียกตาม Public IP ทำไมจะต้องทำอะไรให้ยุ่งยากอีกจริงมั้ยคับ
 
          Internet ที่เราใช้กันมี 2 แบบ คือ มีสาย(ADSL)กับไร้สาย(3G) ทั้งสองแบบมีข้อดี-ข้อเสียแตกต่างกัน หลักแล้วก็คือ แบบมีสายจะได้ BW ที่สูงกว่าแบบไม่มีสาย แต่แบบไร้สายหรือ 3G จะได้เปรียบเรื่องของความสะดวกสบายในการใช้งานเคลื่อนย้าย การติดตั้ง และที่ที่พวกสายลากไปไม่ถึง
 
          ADSL : ส่วนใหญ่ Net ที่เราใช้ๆกันอยู่ต้อนนี้ก็คือแบบมีสาย ที่เรียกกันว่า ADSL นั้นเอง และเท่าที่ผมสอบถามมา พวก ADSL เค้าจะแจก Public IP หรือ IP จริง แต่เมื่อใดก็ตามที่คุณทำการตัดการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตแล้ว IP Address ดังกล่าวก็จะถูกแจกจ่ายไปให้คนอื่นๆ ที่ทำการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตนั่นเองครับ เค้าถึงเรียกว่า Dynamic IP
 

          ดังนั้นเมื่อ IP ที่คุณได้ที่ Router เป็น Public IP อยู่แล้ว และติดปัญหาแค่มันเปลี่ยนตลอดเวลาเท่านั้นละก็ เราสามารถแก้ได้ด้วยการใช้งาน Free Dynamic DNS ได้เลย -> "วิธีการสมัครใช้งาน DynDns (DDNS) ฟรี"
 
          3G : แต่กับ 3G ไม่เป็นเหมือน ADSL เจ้าของเครือข่ายของเราจะจ่ายเป็น Private IP ให้เราเสมอแถมยัง Random ให้เราก่อนซะด้วย ดังนั้น เวลาออก Net เครือข่ายจะ NAT ก่อนออกไป ซึ่ง Public IP ที่ออกอยู่บนเครือข่าย 3G ไม่ได้อยู่ที่ Router ของผู้ใช้ ทำให้การทำ DynDNS จึงเป็นไปไม่ได้ เพราะ IP ที่ถูก Map กับ Host นั้นเป็น IP ของเครือข่าย แต่ไม่สามารถกลับมาที่เสาได้ นอกจากจะทำ FW Port ที่เสาสัญญาณ
 
 
          การแก้ปัญหา คือต้องให้ผู้ให้บริการของเรา Fix Public IP ที่ SIM ให้ ซึ่ง my สามารถ Fix IP แบบ Public IP ที่ SIM my โดยการกำหนด APN เฉพาะสำหรับ SIM นั้นๆ และค่าบริการแบบ Fix IP ของ my (VPN) ก็ตกอยู่ราวๆ 1,549 บาท/เดือน ใช้ Data 6G Unlimit (6G Unlimit  ก็คือ ใช้งาน 3G 6G แรกและหลังจากนั้น 6G ปรับเป็น 356K Unlimit)
 
 
CR : iF2u

วันจันทร์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2556

คู่มือ (Manual) ipad มีหรือไม่มี


            ทุกๆ คนที่ใช้งานหรือเป็นเจ้าของ iPad คงทราบกันดีว่า iPad ไม่มีการให้คู่มือในการใช้งานให้ เหตุผลง่ายๆ คือ ทาง Apple เชื่อว่า เราสามารถใช้งาน iPad ได้โดยเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง เพราะการพัฒนาคำสั่งต่างๆ ของ iPad เน้นการใช้งานแบบธรรมชาติทั่วไป
            จริงๆ แล้วทาง Apple เองก็มีคู่มือในการงาน iPad เหมือนกัน แต่ไม่ได้มาพร้อมในกล่องของ iPad แต่เราสามารถ download ได้จากเว็บไซต์ของ Apple โดยตรง ถ้าใครสนใจก็สามารถคลิกลิงค์ด้านล่างนี้ เพื่อ download คู่มือการใช้งาน iPad ได้ฟรีครับ

#ลิงค์ดาวน์โหลด?? http://manuals.info.apple.com/en_US/iPad_User_Guide.pdf (ภาษาอังกฤษนะคับ)

CR : http://it-guides.com/training-a-tutorial/training-ipad/ipad-manual

#############################################################################

สำหรับคู่มือภาษาไทยก็ตาม Link นี้เลยคับ

https://docs.google.com/file/d/0ByWmGiRjiRU1ZXVaRzhDaFBLanM/edit?usp=sharing

            แต่ของฟรีก็คือของฟรีละคับ มันไม่ได้บอกในสิ่งที่เราอยากจะรู้ได้หมดหรอคับ และคนส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยนิยมอ่านคู่มือหรือหนังสือที่เค้าเขียนขายกันเป็นเล่มๆกันแล้วละคับ หากันตาม net ซึ่งอาจจะได้การแก้ปัญหาที่รวดเร็วและตรงจุดมากกว่า
            ซึ่งเอาจริงๆแล้วผมคิดว่าเจ้า iPad สามรถทำอะไรได้มากกว่าดูหนัง,ฟังเพลงและเล่น net เพียงแต่เรายังใช้งานมันได้ไม่เต็มความสามารถของมันเท่านั้นเองคับ แต่ผมก็ยังเห็นความพยายามในการใช้งาน iPad ให้คุ้มกับตัวเงินที่จ่ายไปกันอยู่มากมายบน Internet เรียกว่า เรียนรู้ด้วยตัวเอง+ช่วยคนอื่นไปในตัว แบบแชร์ความรูู้กันเองนั้นละคับ

            วันนี้ผมเลยเอา link Video Manual ของ iPad มาให้ลองดูกันคับ แต่เป็นภาษาอังกฤษนะคับ แต่ผมว่าเราดูภาพ Video นั้นเข้าใจง่ายกว่าการอ่าน ยังไงก็ลองดูกันนะคับ

 

Link Video Manual iPad : http://tinyurl.com/if2u-ipad




CR : iF2u ,http://tinyurl.com/if2u-ipad

วันจันทร์ที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

วิธีการสมัครใช้งาน DynDns (DDNS) ฟรี


          บริการหรือข้อมูลเกี่ยวกับการเปิดใช้ DynamicDNS service ซึ่งก่อนที่จะมี account และชื่อ dyndns ก็ต้องเข้าไปสมัครที่ http://www.dyndns.com/ ก่อนนะครับ ถึงจะเอาค่ามากรอกลงไปได้ซึ่ง

Service Provider: ก็คือ dyndns.com ที่เราไปขอใช้บริการ
Host name: ก็คือชื่อ dyndns ที่เราสร้างขึ้นมา
User name: ก็คือ account ที่เราต้องทำการสมัครก่อนที่จะสร้าง host name
Password: ก็คือ password ของ account ของเรานั่นเองครับ

          ซึ่งเว็บ dyndns.com หรือ dyn.com ยังเปิดให้ใช้งาน ฟรี อยู่ เพี่ยงแต่วิธีการ และ นโยบายในการสมัครได้เปลี่ยนไป จากเดิมที่เคยสมัคร free account หน้าเว็บได้เลย วันนี้ทาง Dyn ได้เปลี่ยนขั้นตอนตามที่ทางทีมงานได้นำเสนอด้านล่างนี้
          หลักการก็คือว่า Dyn จะให้เราสมัครเป็น Pro account เพื่อทดลองใช้งานก่อน 14 วัน โดยไม่เสียค่าบริการ และภายใน 14 วัน หากเรายกเลิก Pro account  Dyn จะเปลี่ยนสถานะจาก Pro account เป็น Free account ให้เราโดยอัตโนมัต และสามารถใช้งานได้ตลอดไปเหมือนเมื่อก่อน
          แต่ผู้ใช้ต้อง Login เข้า DynDNS ด้วย Username และ Password ที่สมัครไว้กับทาง DynDNS ทุกๆ 30 วัน ซึ่งถ้าหากไม่มีการ Login ทาง DynDNS จะลบ Hostname ของเราทิ้งทันที ทำให้เราไม่สามารถเข้าใช้งาน Hostname ตัวนั้นได้

ข้อแตกต่างระหว่าง  Pro กับ Free เช่น

  • Pro จะได้ hostname มากถึง 30 hosts แต่ Free มีได้เพียง host เดียว (ซึ่งปกติเราก็ใช้ host เดียว)
  • Free account ต้องใช้งานเป็นประจำ อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง ถึงจะคงสถานะ Free account แต่ Dyn จะส่งอีเมลมาเตือนเรา หากไม่มีการมช้งานเลย ซึ่งเราสามารถคลิกที่ link ในอีเมล เพื่อ activate account นั้นให้กลับมาใช้งานได้อีก ส่วน Pro account จะคงสถานะเป็น active ตลอด

วิธีการสมัคร:

 1. ให้ไปที่หน้า http://dyn.com/dns/dyndns-pro-free-trial/ เพื่อสมัครใช้งานแบบทดลองใช้ Pro account 14 วัน
 2. ใส่ชื่อ hostname ที่เราต้องการ และกด add to cart ตามรูป
 3. ให้กรอกข้อมูล username password และ อีเมล เพื่อสร้าง account ใหม่
 4. ระบบส่งอีเมล ไปยังอีเมลที่เรากรอกไว้ เพื่อให้เราเข้าไปคลิก activate
 5. ให้ทำการคลิกที่ link ในอีเมลของเรา เพื่อ activate ใช้งาน
 6. กด Proceed to checkout
 7. ใส่ข้อมูลบัตรเครดิตของเรา ระบบจะไม่ทำการ charge บัตรเรา แต่จะเก็บข้อมูลของบัตรเครดิตเราไว้ หากเราไม่ยกเลิกภายใน 14 วัน ระบบจะทำการเรียกเก็บเงินเราเพื่อใช้งานแบบ Pro account ต่อ (ในตอนนี้ จำนวนเงินจะแสงเป็น 0 USD)
 8. ระบบจะแจ้งว่าคุณสามารถทดลองใช้งานแบบ Pro ได้แล้ว 14 วัน
 9. ให้ทำการยกเลิก Pro account เพื่อเปลี่ยนเป็น Free account ตลอดไป โดยทำตามรูป
 10. กดปุ่ม delete service เพื่อทำการลบ cancel Pro account
 11. เมื่อลบแล้วระบบจะเปลี่ยนสถานะเป็น free account ทันที
 12. ต่อไปให้ทำการลบข้อมูลบัตรเครดิตของเรา โดยการเลือก Billing Profile
 13.  ติ๊กถูกที่ช่อง แล้วกด Delete Save Cart ตามรูป
 14. เพียงเท่านี้คุณก็สามารถใช้งานโฮส Dyn ได้ฟรี ตลอดไป

ส่วนวิธิการทดสอบว่ามันทำงานได้จริงหรือไม่ก็ไม่ยากครับ

1. ดูให้ได้ว่า router ของเราที่ได้ IP จริงจาก ISP เป็น IP อะไร
2. ลองทำการใช้คำสั่ง ping sample.dyndns.org (ชื่อ dyndns ที่เราขอไว้และกรอกบน router) และดูว่ามัน reply กลับมาเป็น IP จริงที่ ISP ให้มาหรือเปล่า
3. ถ้าตรงกัน แสดงว่า … ทำงานได้แล้วครับ
4. หรือไม่ก็เข้าที่ Run ใน start menu ของ windows แล้วพิมพ์ cmd กด Enter
5. พืมพ์ nslookup
6. จะมีเครื่องหมาย >
7. ให้พิมพ์ sample.dyndns.org ต่อจากเครื่องหมาย >
8. ตัวอย่าง
###############################################################
C:\Documents and Settings\Administrator>nslookup sample.dyndns.org
Default Server: ns1.dyndns.org
Address: 210.1.60.225
> sample.dyndns.org
 Name:    ns1.dyndns.org
 Address:  210.1.60.225
###############################################################


ลองมาดูวิธีสมัคร NO-IP กันบ้าง "วิธีการสมัครใช้งาน NO-IP (DynDNS) และ Add hostname อย่างละเอียด ฟรี"


CR : https://www.evo.in.th/knowledgebase/5/Dyndns--.html
         http://www.ranthong.com/smf/index.php?topic=36407.0
         http://newskycctv.net/free-dyndns-ddns/

ถ้าไม่มี Public IP จะดูกล้อง CCTV ยังไง (DynamicDNS คือ ?)


            ตามที่เราทราบกันในหัวข้อ "จะทำให้ CCTV ดูผ่าน Internet ต้องทำไงบ้าง?" แล้วนะครับว่าเมื่อใดก็ตามที่คุณทำการตัดการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตแล้ว IP Address ดังกล่าวก็จะถูกแจกจ่ายไปให้คนอื่นๆ ที่ทำการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตนั่นเองครับ เค้าถึงเรียกว่า Dynamic IP ไงครับ หากเมื่อไรก็ตามที่คุณต้องการที่จะสร้างเกมส์เซิฟเวอร์หรือเว็บเซิฟเวอร์เอง หรือบริการใดๆ ก็ตามที่ต้องการให้คนจากทั่วโลกทำการเชื่อมต่อมาที่เซิฟเวอร์ของคุณได้ แน่นอนครับ … เค้าจำเป็นที่จะต้องรู้ IP Address ของคุณนั่นเอง ซึ่งสิ่งนี้จะไม่ง่ายเลยครับถ้า IP Address ที่คุณได้มาเป็นแบบ Dynamic ที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอๆ เพราะว่าคุณจำเป็นที่จะต้องบอกผู้คนที่ต้องการเข้ามาใช้บริการที่เครื่องเซิฟเวอร์ของคุณว่าต้องนี้ IP Address ของคุณเปลี่ยนเป็นเบอร์อะไรไปแล้ว (จินตนาการง่ายๆ หากคุณเปลี่ยนเบอร์มือถือของคุณทุกๆ วันนั่นแหละครับ… เหนื่อแน่ๆ ที่จะต้องมานั่งบอกคุณที่อยากจะติดต่อกับคุณ)

Check IP ของคุณที่นี่ "http://www.checkip.org/"

            ดังนั้นเมื่อ IP Address ของเราเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลาหากเรามีความจำเป็นต้องใช้งานต่างๆ ฯลฯ ที่ต้องมีการใส่ค่า IP Address ของเครื่องเราหล่ะทำอย่างไร เช่น การ Remote Desktop, การเข้า FTP, การเข้า WebAccess, เล่นเกม หรือดูกล้อง CCTV ของเรา

            คำตอบก็คือเราต้อง Fix IP ให้เครื่องของเราเพื่อจะให้ใช้บริการเหล่านั้นได้ไม่ว่าจะเป็น Private IP หรือ Public IP ซึ่งก็แล้วแต่บริการที่เราต้องการจะใช้งาน

            การ Fix IP ที่เป็น Public IP นั้นง่ายกว่าการ Fix Private IP เพราะเมื่อเราซื้อ Public IP แล้วก็สามารถกำหนดใช้งาน IP นั้นๆที่ไหนก็ได้แต่ก็ต้องเสียเงินเพิ่มในส่วนของ Public IP ส่วนการ Fix Private IP ที่ ISP จ่ายให้เรานั้นจะต้องไปติดต่อให้  ISP ที่ให้บริการเราเป็นผู้ทำให้ ซึ่งค่อนข้างยุ่งยากและไม่แน่ใจว่าจ้องจ่ายอะไรเพิ่มอีกมั้ย

แต่ถ้าเราไม่ต้องการจะจ่ายเพิ่มและเราก็ไม่มี Public IP ละจะต้องทำยังไง ?

            จากปัญหาดังที่พูดไปนั่นแหละครับ เลยมีบริการที่เค้าเรียกว่า DynamicDNS เกิดขึ้นมาครับ ก็เพื่อที่จะเชื่อมโยงชื่อซักชื่อที่เราขอบริการ(บ้างก็ฟรีบ้างก็เสียเงิน) มาเชื่อมโยงกับ IP Address ที่เปลี่ยนไปอยู่ตลอดเวลานั่นไงครับ ซึ่งหลังจากที่ทำการเชื่อมโยงเสร็จแล้ว คุณก็ไม่จำเป็นต้องจำและไปบอกใครๆ ว่า IP Address ของคุณคือเบอร์อะไร … แต่ใช้ชื่อแทนไงครับ … อย่างเช่นเว็บของเฮียตี๋ จดทะเบียนชื่อ suchinko.com เพื่อให้ง่ายต่อการจำ แล้วผมก็เซ็ตระบบโดยที่บอกว่า เมื่อไรก็ตามที่มีคนเข้าเว็บ suchinko.com ระบบจะทำการส่งต่อมาที่ชื่อ suchinko.dyndns.org ซึ่งเป็นชื่อที่ผมไปขอใช้บริการมาฟรีๆ จาก DynamicDNS.com เพื่อที่จะเอาชื่อ suchinko.dyndns.org มาเชื่อมโยงกับ IP Address ที่ ISP ให้ผมมาซึ่งมันจะเปลี่ยนไปตลอดเวลานั่นเองครับ … เป็นไงครับ พอจะเข้าใจหรือยังว่า DynamicDNS คืออะไร

            มาดู "วิธีการสมัครใช้งาน DynDns (DDNS) ฟรี"

***แต่การใช้งาน DynamicDNS นี้ใช้กับพวก 3G (cellular) ทั้งหลายไม่ได้นะคับ เพราะ IP ของ SIM ที่ได้นั้นเป็น Private IP เวลาจะออก Net จะติด NAT ของเครือข่าย การแก้ปัญหาก็คงต้องกลับไป Fix IP ที่ SIM อีกเหมือนเดิมนั้นละคับ

            มาดู "บริการ CCTV ผ่านระบบ 3G my by CAT"
                    "ข้อแตกต่างการทำ Free DynamicDNS ระหว่าง 3G กับ ADSL"



CR : if2u
http://www.suchinko.com/index.php?lay=boardshow&ac=webboard_show&WBntype=1&No=484333

วันศุกร์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ส่ง FAX ผ่าน 3G my โดยใช้ NetCall TOT

       จากคราวก่อนที่ผมพูดถึงการส่ง Fax ผ่าน 3G my โดยใช้ CAT2Call Plus กันมาแล้ว "ส่ง FAX ผ่าน 3G my กันดีกว่า" คราวนี้เราลองมาดู ส่ง FAX ผ่าน 3G my โดยใช้ NetCall TOT กันบ้างดีกว่าคับ

       เนื่องจากการส่ง Fax ผ่าน CAT2Call นั้นมีปัญหาได้บ้างไม่ได้บ้าง แถมยังส่งได้ครั้งละแค่ 1 แผ่นอีก ผมเลยลองใช้ Net2Call ของ TOT ดูบ้าง ซึ่งมันสามารถส่งได้คับ
       ก่อนอื่นเราต้องสมัคร NetCall ของ TOT ก่อน "สมัคร NetCall" เพื่อจากนั้นระบบจะส่ง  user&pwd เข้ามาให้เราทาง SMS ผมใช้แบบเติมเงินนะคับ และค่าบริการก็ถูกกว่า CAT2Call มากคับ
       อัตราค่าบริการสามารถดูได้ที่ "netcall โปรโมชั่น Prepaid"


อุปกรณ์ที่ใช้
1. 3G Router แบบใส่ SIM 3G my จำนวน 1 ตัว
2. SIM 3G my 1 อัน
3. ATA รุ่นไหนก็ได้คับ ที่ support Voice codec : G.711, G.723.1, G.729A, G.729B และ T.38 FAX transmission over IP network จำนวน 1 ตัว
4. เครื่อง Fax จำนวน 1 เครื่อง
5. โทรศัพท์ จำนวน 1 เครื่อง

ผลการทดสอบ
# FAX
- (ภาคส่ง) สามารถส่งมากกว่า 1 หน้าได้ แต่บางครั้งเครื่อง Fax จะขึ้น “Fax is busy Redial pending” (แฟกซ์ไม่ว่าง รอหมุนหมายเลขซ้ำ) แต่ก็สามารถส่งได้
- (ภาครับ) ไม่สามารถรับ Fax ได้ นอกจากเบอร์ที่ส่งจะเป็น NetCall เหมือนกันเท่านั้น
# Voice
- (ภาคส่ง) สามารถโทรศัพท์ไปยังหมายเลขพื้นฐาน (02-xxxx-xxxx) และโทรศัพท์มือถือได้ปกติ  (086-xxxx-xxxx) โดยเบอร์ที่แสดงจะเป็น 06-000X-XXXX
- (ภาครับ) โทรศัพท์ทั่วไปไม่สามารถโทรหา NetCall ได้ นอกจากเบอร์ที่โทรจะเป็น NetCall เหมือนกันเท่านั้น 06-000X-XXXX

สรุป
- NetCall สามารถใช้ โทรออกและส่ง Fax ได้ แต่ในภาครับแล้ว ต้องเป็น NetCall ด้วยกันเท่านั้นคับ โดยเบอร์ที่ได้จะเป็น 06-000X-XXXX


ความแตกต่างระหว่างการใช้ CAT2Call กับ NetCall

+ CAT2Call CAT
    - สามารถใช้ โทรเข้า-ออกและรับ-ส่ง Fax ได้ โดยผู้ใช้จะได้เบอร์ 02-XXX-XXXX
    - แต่การใช้งาน Fax สามารถส่งได้ครั้งละ 1 แผ่นและคุณภาพการใช้งานรับ ส่ง Fax ประมาณ 60%
    - อัตราค่าบริการ รายเดือน 200 บาท/เดือน (สามารถใช้เป็นค่าโทรในประเทศนาทีละ 2 บาท ค่าโทรส่วนเกินนาทีละ 2 บาท)
     - ติดต่อใช้บริการและชำระเงินได้ที่ สค. หรือ CAT Shop ทั่วประเทศ

+ NetCall TOT
    - สามารถใช้ โทรออกและส่ง Fax ได้ แต่ในภาครับแล้ว ต้องเป็น NetCall ด้วยกันเท่านั้น โดยผู้ใช้จะได้เบอร์เป็น 06-000X-XXXX
    - แต่การใช้งาน Fax สามารถส่งได้มากกว่า1 แผ่นต่อครั้ง
    - อัตราค่าบริการ 0.25 บาท/นาที
    - ติดต่อใช้บริการผ่าน web site www.totnetcall.com และเติมเงินได้ 3 ช่องทาง ศุนย์บริการ ทีโอที, 7-ELEVEN และ FamilyMart ทั่วประเทศ


** สนใจใช้งานสอบถาม Config เบื้องต้นได้นะคับ ผมทำคู่มือเก็บไว้คับ

CR: iF2u

วันศุกร์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ส่ง FAX ผ่าน 3G my กันดีกว่า

        วันนี้เทคโนโลยีโทรศัพท์มือถือของ CAT เปลี่ยนจาก CDMA ไปเป็น my แล้ว และบริการหลายอย่างก็ถูกปรับเปลี่ยนไปด้วย วันนี้เราจะมาพูดถึงการส่ง Fax ผ่าน 3G my กัน เนื่องจาก Network 3G นั้น ไม่รองรับการใช้งาน  Fax ทำให้ my ต้อง Bundle บริการกับ CAT2Call Plus เพื่อให้สามารถส่ง Fax ผ่าน 3G my ได้ และผมเข้าใจว่า Network 3G ของเครื่อข่ายอื่นก็เหมือนกัน คือ ไม่รองรับการ รับ - ส่ง Fax Operator ต้องตั้ง SIP Server ขึ้นมาเพื่อให้บริการดังกล่าว

 
# Fax 3G Model
- ผู้ใช้บริการจะต้องสมัครใช้บริการ CAT2Call Plus และบริการ my (โปรโมชั่น Data) ผู้ใช้บริการจะได้รับใบแจ้งค่าบริการ 2 บริการ
- บริการ CAT2Call Plus มีค่าบริการรายเดือน 200 บาท/เดือน (สามารถใช้เป็นค่าโทรในประเทศนาทีละ 2 บาท ค่าโทรส่วนเกินนาทีละ 2 บาท) ค่าบริการ my ลูกค้าสามารถเลือกได้ตามปริมาณการใช้งาน
- คุณภาพการใช้งานรับ ส่ง Fax ประมาณ 60% ,สามารถส่งได้ครั้งละ 1 แผ่น
- เลขหมายที่ผู้ใช้บริการใช้งานรับ ส่ง Fax เป็น 02-xxx-xxxx
- อุปกรณ์ 3G Wireless Router Huawei B660 ราคา 3,200 บาท (ลูกค้าเก่าสามารถซื้อได้ในราคา 1,284 บาท)
- อุปกรณ์ ATA CISCI SPA112 ราคา 2,000 บาท (ลูกค้าเก่าสามารถซื้อได้ในราคา 500 บาท)

        ผู้ใช้งานก็แค่ set box 3G ให้ออก Internet ให้ได้ และตั้งค่า User,Pass,poxy server ของ CAT2Call Plus ใน อุปกรณ์ ATA จากนั้นดู Status ใน ATA ว่า Resigter เรียบร้อยรึยัง ถ้า Register เรียบร้อยแล้วก็สามารถใช้งานได้ตามปกติเลยคับ

+ ความสามารถของระบบ
    - สามารถใช้ โทรเข้า-ออกและรับ-ส่ง Fax ได้ โดยผู้ใช้จะได้เบอร์ 02-XXX-XXXX
    - แต่การใช้งาน Fax สามารถส่งได้ครั้งละ 1 แผ่นและคุณภาพการใช้งานรับ ส่ง Fax ประมาณ 60%
    - อัตราค่าบริการ รายเดือน 200 บาท/เดือน (สามารถใช้เป็นค่าโทรในประเทศนาทีละ 2 บาท ค่าโทรส่วนเกินนาทีละ 2 บาท)
     - ติดต่อใช้บริการและชำระเงินได้ที่ สค. หรือ CAT Shop ทั่วประเทศ

มาดูข้อมูล 3G my เพิ่มเติมกันดีกว่า
 

Cr : iF2u

วันพุธที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

บริการระบบ Link Backup my By CAT


หนึ่งในบริการแบบ Solution ของ my ก็คือบริการ link backup หรือพูดง่ายๆว่านำ my ไปใช้ออก Internet อีก link นึงโดยที่มี link main อยู่แล้ว ซึ่งปกติ link main มักเป็นสาย คือ fix line เช่น ADSL ,MPSL การทำระบบ link backup นี้ส่วนใหญ่แล้วถูกใช้งานในระบบที่ต้องการให้ระบบสามารถ ON Line ได้ตลอดเวลา แล้วแต่วัตถุประสงค์ของงาน
แต่บางครั้งการออก Internet เพียวๆอาจทำให้ลูกค้าไม่มั่นใจในบริการมากนักเพราะสำหรับงานหรือธุรกิจบางอย่างนั้นต้องการความปลอดภัยสูง เช่น ข้อมูลการเงิน ,ข้อมูลสินค้า ,ข้อมูลหรือประวัติต่างๆของลูกค้า ดังนั้นเพื่อไม่ให้ข้อมูลทางธุรกิจสูญหายและเพิ่มความมั่นใจให้กับลูกค้าและบริการ ดังนั้น my จึงเสนอบริการ Backup link แบบ Private Network หรือถ้าพูดให้ถูกก็คือการ Fix IP หรือทำท่อผ่านจากสาขา(อุปกรณ์ my 3G)ไปยังสำนักงานใหญ่นั้นเอง

ผมแยกเป็น 3 model ตามความเข้าใจของผมนะคับ
1. set APN คือ การ Fix IP โดยการกำหนดค่า APN (Access Point Name) ,ตามปกติ ค่า APN จะเป็นตัว กำหนดค่าการออก Internet ของ Operator ที่ให้บริการมือถือแต่ละข่าย ดังนั้ีนถ้าใส่ผิดก็อาจจะใช้งาน Internet ไม่ได้ แต่ส่วนใหญ่ที่ผมเห็นก็จะเป็น default กันอยู่แล้ว เมื่อเวลาเราเรียกใช้งาน Internet ผู้ให้บริการก็จะจ่าย IP ที่เค้ากำหนดมาให้เรา ที่นี้เราก็แค่เปลี่ยนค่า APN ที่เราใช้งานให้ตรงกับที่ตกลงกับผู้ใช้บริการเพื่อให้เราได้รับ IP ที่เราต้องการ
2. VPN on my คือ การใช้บริการ VPN ของ my โดย my จะ set user&pwd มาให้เรา และเมื่อเรา Connect VPN ได้แล้วเราก็จะได้รับ IP ที่อยู่ในวงที่เราต้องการ
3. VPN on HQ ข้อนี้ก็คือการ set VPN แบบทั่วไปนั้นเอง แต่ทางลูกค้าจะต้องมี VPN Server ของตัวเอง และต้องเป็น Public IP ด้วย เพราะไม่งั้นเราก็ไม่สามารถ Connect VPN ได้คับ

ในข้อ 1 และ ข้อ 2 จะเห็นว่าจะมี Dedicated Link จาก my ไปยัง MPLS (กรณีมี MPLS ของ CAT เป็น Main Link นะคับ )หรือ Thaipax แล้ววิ่งเข้าสู่ HQ ด้วยนะคับ ซึ่งตรงนี้จะต้องมีค่าบริการเพิ่มเติมซึ่งไม่ได้รวมอยู่ในส่วนค่าบริการ my นะคับ  และในข้อ 1 และ 2 นี้เราจะต้องมีการกำหนด IP หัวท้าย ให้

ทั้งหมดนี้ผมพยายามอธิบายตามที่ผมเข้าใจและรู้มานะคับ สำหรับผู้ที่สนใจจะใช้บริการผมแนะนำให้สอบถามไปทาน my โดยตรงเลยดีกว่าคับ เค้าอาจจะอธิบายแยกย่อยแต่ละบริการได้ละเอียดกว่าคับ และผมเข้าใจว่าทาง my เค้าสามารถปรับรูปแบบบริการให้ตรงกับความต้องการและการใช้งานของเราได้คับทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการคุยละนะคับ

Cr : iF2u

วันศุกร์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

บริการ CCTV ผ่านระบบ 3G my by CAT


CCTV ถูกนำมาใช้มากขึ้นในธุรกิจ SME (ธุรกิจขนาดเล็ก) ชุมชน บ้านเรือน ประเด็นสำคัญ คือ การเฝ้าระวัง ตรวจสอบ ควบคุม ดูแล และจากการใช้งานที่แพร่หลายมากขึ้นนั้นทำให้เกิดความต้องการที่จะ Aceess หรือเข้าดูกล้อง CCTV ให้ได้จากทุกทีทั่วโลก ไม่จำกัดเฉพาะ Site หรือจุดติดตั้งกล้องเท่านั้น


คำถาม คือ แล้วจะทำยังไงให้เราสามารถ Acess ดูกล้องของเราเองได้ทุกที ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหนในโลก ?
คำตอบ คือ ก็ผ่าน Internet ยังไงละ
แต่หลาย Case ที่การลายสาย Internet ยุ่งยากเกินไป เช่น ถ้าเราต้องการติดตั้งกล้องที่ Site งานก่อสร้าง ที่ต้องโยกย้ายบ่อยๆ หรือต้องการติดกล้องในที่ที่ไม่มีสาย ADSL ถึง ก็คงต้องมอง 3G เป็นหลัก เนื่องจากง่ายและสะดวกรวดเร็วมากกว่าแถม Speed ที่ได้ก็สามารถดูกล้องได้สบายๆ

ปัญหา ก็คือ เมื่อเราใช้บริการ Internet ผู้ให้บริการ Internet (ISP) ของเราจะ Random ก่อนแจกจ่ายให้กับผู้ใช้บริการอย่างเราๆ ทำให้ IP ที่เราได้รับถูกดปลี่ยนไปทุกครั้งที่เราเปิดใช้งาน Internet เค้าถึงเรียกว่า Dynamic IP ไงครับ ซึ่งเราการเรียกดูกล้องของเรา เราจะต้องทราบ IP ที่เราใช้งานอยู่ก่อน ซึ่งสิ่งนี้จะไม่ง่ายเลยครับถ้า IP Address ที่คุณได้มาเป็นแบบ Dynamic ที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอๆ  จินตนาการง่ายๆ หากคุณเปลี่ยนเบอร์มือถือของคุณทุกๆ วันนั่นแหละครับ… เหนื่อแน่ๆ ที่จะต้องมานั่งจำเบอร์ใหม่ของเราทุกครั้งที่ต้องการโทร (จะทำให้ CCTV ดูผ่าน Internet ต้องทำไงบ้าง? )
            ส่วน 3G นั้น เจ้าของเครือข่ายของเราจะจ่ายเป็น Private IP ให้เราเสมอแถมยัง Random ให้เราก่อนซะด้วย (Check IP ของท่านที่นี่ "http://www.checkip.org/")



วิธีแก้ปัญหา คือ ให้ผู้ให้บริการ Internet ของเรา Fix IP ที่เป็น IP จริงหรือ Public IP ให้กับเรา เพื่อให้เราสามารถ Acess ดูกล้องของเราได้นั้นเอง (ออกทางไหนเราก็เข้าทางนั้น) หรือใช้บริการ Free DynamicDNS "ถ้าไม่มี Public IP จะดูกล้อง CCTV ยังไง (DynamicDNS คือ ?)" แต่บริการ Free DynamicDNS นี้แก้ไขปัญหาให้กับ 3G ไม่ได้นะคับ เพราะ IP ของ SIM ที่ได้นั้นเป็น Private IP เวลาจะออก Net จะติด NAT ของเครือข่ายถึง 2 ชั้นก่อนออก Internet การแก้ปัญหาก็คงต้องกลับไป Fix Public IP ที่ SIM อีกเหมือนเดิมนั้นละคับ

นอกจากเรื่องของ IP แล้ว เรายังต้องคำนึงถึง Bandwide (BW) หรือความเร็ว Internet ที่เราใช้งานอยู่ด้วย แน่นอนว่าสำหรับผู้ที่ใช้สาย หรือ Fix Line คงไม่กังวัลเรื่องความเร็ว Internet มากนัก แต่ในพื้นที่ที่ไม่สามารถใช้ Fix Line ได้ละ แถมคนส่วนใหญ่ก็ดันต้องการที่จะดูผ่านมือถือซะอีกนี่สิ
นอกจากเรื่องของ IP แล้ว เรายังต้องดูเรื่องของ Bandwidth (BW) หรือความเร็ว Internet ที่เราใช้งานอยู่ด้วย

ความเร็วของอินเตอร์เน็ตมีอยู่ 2 ด้าน คือ 1.ด้านรับ (ดาวน์โหลด) 2.ด้านส่ง (อัพโหลด)
สถานที่ที่ DVR ตั้งอยู่ ฝั่งอัพโหลดควรจะมีค่าสูงขนาดที่กำลังดีอยู่ที่ 1 Mbps.
ต่ำสุดอยู่ที่ 256 Mbps. แต่ภาพจะช้ามาก
ส่วนที่จะดูกล้องวงจรปิด ฝั่งดาวน์โหลดไม่ควรจะน้อยกว่า 2 Mbps แต่ถ้าเป็นมือถือ 512 Kbps ก็ OK

เราสามารถตรวจสอบ BW ที่เราจำเป็นต้องใช้ได้ที่นี่ http://www.moxa.com/event/Net/2012/IP_CCTV_Calculator/index.htm

จะเห็นได้ว่าการ set ความละเอียดของภาพมีผลอย่างมากกับ BW Internet ของเรา เพราะถ้า NET ห่วย การดูผ่าน Internet คงเป็นเรื่องที่น่าหงุดหงิดสุดๆเลยละ สำหรับผมแล้วถ้าต้องดูกล้องผ่านมือถือ เราก็ไม่จำเป็นต้อง set ความละเอียดสูงมากนักเอาผ่านเราดูรู้เรื่องและภาพไม่แย่จนเกินไปก็พอ เพราะผู้ให้บริการมือถือและตัวมือถือเองก็มีข้อจำกัดอยู่หลายอย่างเหมือนกัน

เรามาดูรูปแบบการให้บริการ CCTV ผ่านระบบ my กันดีกว่าว่าเป็นยังไงกันบ้าง

          จากรูปจะเห็นได้ว่ามีบริการทั้งแบบต่อกล้องแบบมีสายและไร้สายขึ้นอยู่กับความสามารถของกล้องเอง โดย my สามารถ Fix IP แบบ Private และ Public ได้ที่ SIM my เอง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าเราเอา SIM ไปใส่ไว้ที่ Router หรือกล้อง CCTV (กล้องแบบใส่ SIM) แต่การ Fix แบบ Private IP นั้น เครื่องลูกที่เข้ามาดูจะต้องใช่งานผ่าน my เท่านั้นนะคับ ไม่งั้นก็คงหากันไม่เจอแน่ๆ และการ Fix IP ที่เราผู้ถึงนั้น my ใช้วิธีการทำ VPN นะคับ รายละเอียดบริการแบบ VPN นั้นเรามาดูกันในหัวข้อถัดไปนะคับ
          ส่วนค่าบริการแบบ Fix IP ของ my (VPN) ก็ตกอยู่ราวๆ 1,549 บาท/เดือน ใช้ Data 6G Unlimit (6G Unlimit  ก็คือ ใช้งาน 3G 6G แรกและหลังจากนั้น 6G ปรับเป็น 356K Unlimit) ซึ่งการใช้บริการสามารถติดต่อกับ สค. หรือสำนักงานบริการลูกค้าของ CAT ได้เองเลยหรือสอบถามข้อมูลได้ที่ 02-104-3318 (เบอร์ส่วนงานที่ดูแลเรื่องการขอใช้งานบริการ my)

แต่เท่าที่รู้ตอนนี้ทาง my เค้าให้บริการเรื่อง Data อย่างเดียวนะคับ อุปกรณ์เราหาเองหรือจะให้เค้าแนะนำก็ได้คับ

หรือจะเข้าไปดูกล้องของเราโดยไม่ผ่าน Net แต่ต้องดูผ่านอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อระบบ my เท่านั้นนะคับ
          วิธีนี้ผมเข้าใจว่ายังไม่มีใครทำนะ (หมายถึงผู้ใช้บริการของ my นะคับ) เจ้าหน้าที่เค้าอธิบายว่าถ้าทำแบบนี้เราก็ไม่ต้องวิ่งผ่าน Internet เราวิ่งจาก my (เครื่องลูกข่ายเป็น my) เข้า บริการ Thaipax ของ CAT ซึ่งเป็นบริการสายที่เชื่อมต่อกับ HQ ของเราเอง กรณีนี้คือกล้องของเราถูกดึงไปรวมอยู่ที่ HQ นะคับ (ในความคิดผมเองกรณีนี้มันก็ต้องผ่าน Net อยู่ดีรึป่าว?? แต่คิดไปคิดมาก็เหมือนเรารู้เลขที่บ้านในหมู่บ้านของเราอยู่แล้ว แล้วเราก็วิ่งหาแค่ในหมู่บ้านของเราเองไม่ต้องไปถามทุกๆหมู่บ้านว่าบ้านเลขที่นี้อยู่ที่ไหนรึป่าว?? 555 งงๆหน่อย) แต่การใช้บริการในรูปแบบนี้เราต้องเสียค่าบริการเชื่อม link ของ Thaipax เพิ่มนะคับ จาก HQ ไป Thaipax และจาก Thaipax มาที่ my เสียดายที่ไม่มีเชื่อมตรงเข้า my เลย ต้องผ่าน Thaipax หรือไม่ก็ MPLS ก่อน วิธีนี้ผมแนะนำให้เฉพาะบริษัทขนาดใหญ่นะคับ ถึงจะคุ้ม สำหรับรายย่อยใช้แบบออก Internet แบบด้านบนก็พอแล้วคับ

          นอกจากการ Fix IP แบบ VPN เดี้ยวนี้ my กำลังทดสอบบริการ Fix IP โดยการกำหนดที่ค่า APN แล้วนะคับ ถ้าทำบริการออกมาผมเชื่อว่าหลายท่านคงสนในไม่น้อยเลย เพราะเราก็ไม่ต้องมาเสียเวลา Connect VPN เพื่อรับ IP ที่เราต้องการอีก และราคาอุปกรณ์ที่เราใช้ก็คงถูกลงด้วยเพราะไม่จำเป็นต้องใช้ Function VPN ให้เสียเวลา Config อีก 555 ใช้ Router แบบธรรมดาก็สามารถ Fix IP ได้แล้ว

มาดูข้อมูล 3G my เพิ่มเติมกันดีกว่า
"ข้อแตกต่างการทำ Free DynamicDNS ระหว่าง 3G กับ ADSL"

Cr : iF2u

วันพฤหัสบดีที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

จะทำให้ CCTV ดูผ่าน Internet ต้องทำไงบ้าง?

     ก่อนอื่นต้องเล่าว่าเวลาที่คอมพิวเตอร์เราต่ออินเตอร์เน็ทนั้น เราได้ได้ตัวเลขชุดนึงมาจากผู้ให้บริการ เราเรียกตัวเลขนี้ว่า "IP" และเรียกผู้ให้บริการว่า "ISP" IPนี้ เปรียบเสมือนเลขที่บ้านของคอมพิวเตอร์ เมื่อไหร่ก็ตามที่ต่ออินเตอร์เน็ทเราจะต้องได้ IP จาก ISP เสมอ
ปัญหาคือ IP ที่ใช้กันอยู่นี้ไม่เพียงพอต่อการใช้งานบนโลกใบนี้ ทำให้ IP ที่ว่านี้ต้องถูกใช้วนๆกันไปกับคนอื่นๆ
     หมายความว่า เมื่อไหร่ก็ตามที่เราปิดเครื่อง IP ที่เราเคยใช้ก็จะถูกนำไปให้คนอื่นใช้ เมื่อเราเปิดเครื่อง เราก็จะได้ IP ใหม่มา เป็นอย่างนี้ตลอด...หมุนเวียนกันไป


IP ที่ว่านี้ทำหน้าที่เหมือนเลขที่บ้าน ใครมาหาเราก็ต้องดูเลขที่บ้านเป็นหลัก เมื่อ IP เปลี่ยนไปเพื่อนๆเราจะมาหาเราได้อย่างไรเมื่อเลขที่บ้านเปลี่ยนไป?..... แล้ว IP ที่เลขเดิมตลอดไม่เปลี่ยนมีมั้ยล่ะ? ก่อนตอบขอเล่าให้ฟังก่อน....
IP มีอยู่สองแบบคือ
     1. Static IP คือ IP ที่ได้เลขตัวเดิมตลอด เอาไว้ทำงานกับ Server หรือองค์กรขนาดใหญ่ แต่ว่าต้องจ่ายค่าล็อก IP ให้ไม่เปลี่ยน (หลายหมื่นต่อเดือน)
     2. Dynamic IP คือ IP ที่เปลี่ยนตลอดทุกทั้งที่ต่ออินเตอร์เน็ท ที่กล่าวไปแล้วด้านบน... เป็น IP สำหรับผู้ใช้ตามบ้านทั่วๆไป ข้อดีคือถูก....
 
     Check IP ของท่านที่นี่ "http://www.checkip.org/"
 
     การใช้ Dynamic IP เล่นอินเตอร์เน็ททั่วไปก็ไม่มีปัญหาเพราะการที่ท่านเล่นอินเตอร์เน็ทมันคล้ายๆกับท่านออกจากบ้านของท่านไปเคาะประตูบ้านคนอื่นเขาเพื่อเอาข้อมูล... คนอื่นไม่จำเป็นต้องรู้ว่าบ้านท่านอยู่ที่ไหนครับเพราะท่านไปหาเขา แต่ในทางตรงกันข้าม ถ้าคนอื่นจะมาเอาข้อมูลที่บ้านท่าน เขาก็จำเป็นต้องทราบว่าบ้านท่านอยู่ที่ไหนถูกไหมครับ ที่นี้ปัญหาก็เกิดขึ้นละ เพราะเลขที่บ้านท่านเปลี่ยนตลอด แล้วใครจะไปหาเจอฟะ?
     การที่ท่านจะดูกล้องวงจรปิดนี้เองจึงเปรียบเสมือนท่านต้องการเอาข้อมูลจากคนอื่น (เพราะท่านอยู่นอกบ้าน แต่ต้องการเอาข้อมูลในบ้าน) แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าตอนนี้บ้านใช้เลขที่บ้านอะไรอยู่? หากไม่รู้เลขที่บ้าน ก็ไม่มีทางหากันเจอจริงมะ?....ขอเบรคตรงนี้ไว้ก่อน


     การที่จะดูกล้องผ่านอินเตอร์เน็ท มันก็ต้องมีการส่งของมูล (upload)และการรับข้อมูล(download) หมายความว่า สถานที่ที่ติดตั้งกล้องวงจรปิดก็ต้องมีอินเตอร์เน็ท และต้องต่อระบบกล้องวงจรปิดเข้ากับระบบอินเตอร์เน็ทด้วย.. มันก็เหมือนกับ ถ้าบ้านเราต้องการใช้ไฟฟ้าก็จะต้องเชื่อสายไฟในบ้านเข้ากับสายไฟเส้นหลักที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคลากสายไฟฟ้ามาให้เราที่หน้าบ้านนั่นเอง และทั้งนี้ทั้งนั้นคอมพิวเตอร์ที่ต้องการจะดูผ่านอินเตอร์เน็ทก็ต้องเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ทด้วยเช่นกัน
     สรุปเอาเป็นว่าอุปกรณ์บันทึกก็ต้องต่อเน็ท...คอมหรือมือถือที่ต้องการใช้ดูก็ต้องต่อเน็ท

 มาเล่าต่อมาเรื่องเลขที่บ้าน (IP) ที่เปลี่ยนไป-เปลี่ยนมาตลอด แล้วจะหากันเจอได้ไง...ก็มีคนหัวใสเปิดให้บริการตรวจหาเลขที่บ้านขึ้นที่บ้านกำนัน (DNS Server) ขึ้นมา เพื่อบอกว่าหากใครมาหาบ้านของใครก็ตามในหมู่บ้านหากไม่รู้ว่าตอนนี้ใช้เลขที่บ้านอะไรก็ให้มาสอบถามได้ที่บ้านกำนันนะจะได้หากันเจอไม่หลง..... เช่นหากต้องการหาบ้านอาจารย์ยิ่งสักข์....ตอนนี้เปลี่ยนเลขที่บ้านไปเป็น 123.159.15.12 แล้วนะยกตัวอย่างตามตารางด้านล่าง ไม่รู้ว่าพอเข้าใจไหม
ชื่อบ้าน (Hostname)เลขที่บ้านปัจจุบัน (IP)
บ้านอาจารย์ยิ่งสักข์123.159.15.12
บ้านนายก125.2.235.158
บ้านกำนันแม้น55.369.256.147

      ถ้าอธิบายให้อิงหลักวิชาการสักหน่อยก็จะต้องบอกว่า ในเมื่อ IP เปลี่ยนไป เราต้องไปสมัครใช้บริการฝากเลขที่ IP ที่เปลี่ยนไปกับผู้ให้บริการอย่างเช่น DNYDNS.COM เพื่อเวลาที่เราต้องการติดต่อกับเครื่องเรา แค่เราพิมพ์ hostname ที่จดทะเบียนไว้เช่น linkmastercorp.dyndns.org:888 มันก็จะวิ่งไปหาเลยว่าตอนนี้เราใช้ IP อะไรอยู่โดยอัตโนมัติ (เพราะเขามีข้อมูลที่ update กันตลอดเวลา)..เพื่อที่จะติดต่อกับ Router ให้ได้...ที่นี้ในทางเทคนิดเราต้อง setup ค่าให้กับ router เพื่อให้ส่งค่า IP ของ router ไปเก็บไว้ที่เซิรฟ์เวอร์ทุกครั้งที่ค่า IP เปลียนไป...บริการมีทั้งฟรี (นานๆทำทีก็ไม่ได้จ่ายตังค์เหมือนราชการ) หรือแบบจ่ายเงินเป็นรายปี (อันนี้เหมือนเอกชน กระตือรือล้นมาก เพราะได้ตัง..) ก็แล้วแต่ความคาดหวังของท่านละครับว่าต้องการขนาดไหน อยากได้แบบไหน แนะนำให้สมัครบริการแบบเสียเงินเพราะว่าเสถียรกว่าเยอะครับ..

 *** บริการ CCTV ผ่านระบบ 3G my by CAT
 

Cr : http://www.linkmastercorp.com/index.php?option=com_content&view=article&id=132:-cctv-internet-&catid=35:cctv&Itemid=55

วันอังคารที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2556

CCTV คืออะไร ?


CCTV ย่อมาจาก Close Circuit Televistion คือการส่งสัญญษาณภาพจากกล้องวิดีโอที่ติดตั้งใว้ตามสถานที่ต่างๆมายังส่วนรับภาพ(Monitor)โดยทั่วไปจะติดตั้งใว้คนละที่กับกล้องเช่น ห้องควบคุมภาพเป็นต้นซึ่งจะไม่เฉยแพร่ไปยังที่สาธารณะเหมือนโทรทัศน์กระจายภาพและเสียงทั่วไปจึงเรียกวิวงจรปิด

ระบบโทรทัศน์วงจรปิดประกอบด้วยอุปกรณ์หลักๆอยู่3ส่วนคือ
1.ส่วนรับภาพ ก็คือตัวกล้องCCTV
2.ส่วนบันทึกภาพ จะเป็น DVR  หรือคอมพิวเตอร์PC Baseซึ่งจะบันทึกข้อมูลลงHarddisk แทนที่เทปบันทึกภาพในสมัยก่อน
3.ส่วนแสดงภาพ จะเป็นทีวี หรือมอนิเตอร์แบบต่างๆและด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบันแม้กระทั่งโทรศัพมือถือก็สามรถนำมาดูภาพของระบบCCTVได้

กล้องโทรทัศน์วงจรปิด CCTV Camera
กล้องวงจรปิดมีมากมายหลายประเภทซึ่งจะเรียกตามลัษณะต่างๆเช่นตามลักษณะรูปทรง ตามลักษณะการใช้งาน ตามลักษณะการติดตั้งและอื่นๆส่วนใหญ่ที่นิยมเรียกกันจะแบ่งออกเป็น2ประเภท คือ
1.แบบติดตั้งตายตัว Fix Camera คือจะติดตั้งอยู่บนขากล้องหรืออื่นๆซึ่งไม่สามารถหมุนเปลี่ยนทิศทางของกล้องในการดูภาพใด้ซึ่งจะติดตั้งใว้ตายตัวตามตำแหน่งที่เราต้องการดูภาพใด้จุดนั้นจุดเดียว
2.แบบหมุนปรับทิศทางใด้ Moving Camera ซึ่งจะมีความสามารถในการหมุนส่าย ซ้ายขวา ขึ้นลง หรือ ย่อและเพิ่มระยะทางการดูภาพใด้หรือเรียกว่ากล้อง PTZ( Pan Tilt  Zoom)เพื่อประสิทธิภาพในการดูภาพอย่างทั่วถึงในบริเวณพื้นที่นั้นๆ

นอกนั้นยังเปนเป็นประเภทย่อยๆตามลักษณะต่างๆของกล้อง เช่น
-กล้องมาตรฐานSTANDARD Camera ซึ่งจะมีรูปทรงที่เป็นมาตรฐานตรของกล้องในสมัยก่อนซึ่งกล้องชนิดนี้สามารถถอดเปลี่ยนเลนส์ได้หลากหลายประเภทการใช้งาน
-กล้องโด( Dome Camera)จะมีรูปทรงคล้ายโดมกล้องชนิดนี้ออกแบบมาเพื่อติดตั้งใว้ในสถานที่ต้องการความสวยงามเรียบร้อยและหลบสายตาของผู้คน
-กล้องอินฟราเรด(Infrared)เป็นกล้องพิเศษที่สามารถดูภาพในเวลากลางคืนหรือในที่แสงสว่างไม่เพียงพอหรือแม้แต่ที่มืดสนิทก็สามารถดูได้
-กล้องไอพี (IP Camera) เป็นกล้องที่เก็บภาพเหตุการร์แล้วส่งสัญญาณผ่าระบบเครื่อข่ายและสามรถมองเห็นเหตุการณืใด้ในระยะไกลผ่านทางLAN หรือ ทางอินเตอร์เนตได้
-อื่นๆเช่น กล้องซ่อนในรูปแบบต่างๆ กล้องไร้สาย ตามความต้องการและความเหมาะสมในสถานที่ใช้งานนั้นๆ

เครื่องบันทึกภาพ Digital Video Record

         ทำหน้าที่รับสัญญาณภาพขาออกจากอุปกรณ์ (กล้องวงจรปิด) เพื่อเชื่อมต่อสัญญาณและทำการบันทึกภาพในระบบ digital โดยจะบันทึกข้อมูลลงใน HDD ซึ่งมีลักษณะการบันทึกเหมือนเครื่อง Computer ทั่วๆไป สามารถบันทึกภาพได้ยาวนานแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับขนาดของ HDD และการตั้งค่าความละเอียดในการบันทึก นอกนี้ยังสามารถดูภาพย้อนหลังได้โดยกำหนดวัน เวลา ในการเรียกดูข้อมูลได้อย่างรวดเร็วและสามารถดูอุปกรณ์ที่ใช้ในการตรวจจับการบุกรุก ในขณะที่ไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุได้ และคุณสมบัติอีกข้อที่เป็นจุดเด่นของเครื่องบันทึก DVR ในปัจจุบัน คือสามารถติดต่อกับระบบเครือข่ายเช่น LAN, WAN หรือใช้งานผ่านโทรศัพท์มือถือได้

ประโยนช์ของ CCTV
◦ในด้านการรักษาความปลอดภัย ของบุคคลและสถานที่
◦ในการตรวจสอบการทำงาน ของเครื่องจักร ในโรงงานอุตสาหะกรรมขนาดใหญ่ ที่ทำงานด้วยระบบอัตโนมัติ หรือการทำงานของพนักงาน
◦ใช้งานร่วมกับระบบควบคุมอาคารอัตโนมัติ เช่น ตรวจสอบจำนวนคนเพื่อการเปิด-ปิด เครื่องปรับอากาศ ฯ
◦ ใช้งานร่วมกับระบบควบคุมการจราจร เช่น ตรวจสอบปริมาณรถยนต์ ฯ

         เอาละหลังจากที่เรารู้จัก CCTV กันมาคราวๆแล้ว เรามาดูกันดีกว่าว่า my มีบริการ CCTV กันมั้งรึป่าวและเป็นยังไงกันบ้าง (บริการ CCTV ผ่านระบบ 3G my by CAT)

CR :
http://www.forwardsat.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538977089
https://sites.google.com/site/zeusbkk/khawsar/cctvmiprayochnxari